
มะเร็งตับระยะแรกมักไม่แสดงอาการที่ชัดเจน และมักตรวจพบในระยะลุกลาม อาการที่พบได้บ่อยคือ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ท้องอืด หรือ แน่นท้องซึ่งส่งผลให้รับประทานอาหารได้น้อยและเกิดภาวะขาดสารอาหารได้ง่าย โภชนาการจึงเป็นส่วนสำคัญของการดูแลผู้ป่วยมะเร็งตับ เพราะช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานเพียงพอ
คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย คาร์โบไฮเดรตจะถูกย่อยสลายเป็นโมเลกุลกลูโคส กลูโคสจะถูกนำไปใช้เป็นแหล่งพลังงานสำหรับเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย ควรเลือกทานคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่าย และหลีกเลี่ยงการรับประทานธัญพืชที่มีใยอาหารสูงในปริมาณมาก หากมีอาการแน่นท้องหรือท้องอืด เพราะอาจทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานหนักขึ้น
โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยมะเร็งตับ เพราะร่างกายต้องใช้ในการซ่อมแซมเซลล์และเนื้อเยื่อที่เสียหายจากโรคหรือการรักษา รวมถึงช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ควรเลือกโปรตีนที่ย่อยง่ายและมีไขมันต่ำ เช่น เนื้อปลา ไข่ โดยเฉพาะไข่ขาว เนื้อไก่ไม่ติดหนัง เต้าหู้ นมหรือผลิตภัณฑ์นมที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์ เป็นต้น แม้โปรตีนจะมีประโยชน์ แต่ผู้ป่วยมะเร็งตับที่มี ภาวะสมองจากโรคตับ (Hepatic Encephalopathy) อาจไม่สามารถรับประทานโปรตีนได้มากเหมือนผู้ป่วยทั่วไป เนื่องจากตับไม่สามารถกำจัดของเสียจากการย่อยโปรตีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สารพิษสะสมและกระทบต่อการทำงานของสมอง
ตับมีหน้าที่ผลิต น้ำดี ซึ่งช่วยย่อยและดูดซึมไขมัน เมื่อการทำงานของตับลดลงจากโรคมะเร็ง การผลิตน้ำดีก็อาจลดลงตาม ส่งผลให้ร่างกายย่อยไขมันได้ไม่เต็มที่ ควรลดอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ของทอด เนื้อสัตว์ติดมัน หรือ อาหารที่ใช้น้ำมันมาก เปลี่ยนวิธีการปรุงอาหารที่ใช้น้ำมันน้อย เช่น ต้ม นึ่ง ตุ๋น หรืออบ และเลือกไขมันจากแหล่งที่ดี เช่น เนื้อปลา ถั่ว เป็นต้น
ผักเป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและทำให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ ผู้ป่วยมะเร็งตับจึงสามารถรับประทานผักได้ทุกวัน โดยควรเลือกผักที่สะอาดและปรุงสุกเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการท้องอืดหรือแน่นท้องจากการทำงานของระบบย่อยอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป หากรับประทานผักที่มีใยอาหารสูงหรือผักบางชนิดที่ก่อให้เกิดแก๊ส อาการอาจเป็นมากขึ้นได้ ดังนั้น หากมีอาการท้องอืด ควรเลือกทานผักที่ย่อยง่าย เช่น ฟักทอง ตำลึง บวบ แครอท ฟักเขียว เป็นต้น
ผลไม้เป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็น ผู้ป่วยมะเร็งตับจึงสามารถรับประทานผลไม้ได้เป็นประจำ แต่ควรเลือกผลไม้ที่เนื้อนิ่ม เคี้ยวง่าย และย่อยได้ดี โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเบื่ออาหารหรืออิ่มเร็ว แม้ผลไม้จะมีประโยชน์ แต่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำผลไม้ปริมาณมากก่อนมื้ออาหาร เพราะอาจทำให้อิ่มเร็ว ส่งผลให้รับประทานอาหารมื้อหลักได้น้อยลง และได้รับพลังงานหรือโปรตีนไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งตับมีบทบาทสำคัญในการช่วยรักษาภาวะโภชนาการ สนับสนุนการฟื้นตัวระหว่างการรักษา และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยควรได้รับพลังงาน โปรตีน และสารอาหารที่เพียงพอ เลือกอาหารที่ย่อยง่าย ลดอาหารไขมันสูง รับประทานผักและผลไม้ให้เหมาะกับอาการ รวมถึงแบ่งอาหารเป็นหลายมื้อเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่อง
การเลือกรับประทานอาหารต่าง ๆ สำหรับผู้เป็นมะเร็งถือเป็นสิ่งสำคัญ รวมไปถึงการเลือกสมุนไพรหรืออาหารเสริม และในทางแพทย์แผนจีนมีสมุนไพรหลากหลายตัวที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี เช่น หนี่เจินจื่อ และ ผู่กงอิง และในผลิตภัณฑ์ Extract Plus มีส่วนประกอบของสมุนไพรเหล่านั้นรวมอยู่ด้วย จะเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และเมื่อภูมิคุ้มกันแข็งแรงก็เปรียบเสมือนเกราะป้องกันของคุณแข็งแรงขึ้น