Logo Extract Plus

ฝึกหายใจฟื้นฟูปอด สำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัดมะเร็งปอด


ฝึกหายใจฟื้นฟูปอด สำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัดมะเร็งปอด
ใครบ้างมีความเสี่ยงมะเร็งปอด
ปัจจัยที่ควบคุมได้

  • สูบบุหรี่ บุหรี่เป็นปัจจัยหลักต่อการเกิดโรคมะเร็งปอดมากที่สุด คาดการณ์ว่ากว่า 80-90% ของการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด เกี่ยวข้องโดยตรงกับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ทั้งในแง่ปริมาณและระยะเวลาที่สูบ
  • ควันบุหรี่มือสอง แม้จะไม่ได้สูบบุหรี่ แต่การได้รับควันบุหรี่จากคนรอบข้างที่สูบ ก็เป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดมะเร็งปอดได้เช่นกัน
  • สัมผัสกับก๊าซเรดอน (Radon) เป็นสารกัมมันตภาพรังสีที่เกิดจากการสลายตัวของเรเดียมหรือยูเรเนียม มักพบในอาคารหรือสิ่งก่อสร้าง ซึ่งมีหิน ดิน ทราย เจือปนแร่เรเดียม
  • แร่ใยหิน ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมผลิตวัสดุก่อสร้าง ผ้าเบรก ฉนวนกันความร้อน พบว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าคนปกติถึง 7 เท่า
  • สารก่อมะเร็งอื่น ๆ เช่น สารหนู ถ่านหิน สารพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ รวมถึงฝุ่น PM 2.5

ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้

  • พันธุกรรม หรือมีประวัติเป็นมะเร็งในครอบครัว ย่อมมีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มที่ไม่มีประวัติมะเร็งในครอบครัว
  • อายุที่มากขึ้น โดยทั่วไปความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหลังอายุ 40 ปี 

การผ่าตัดมะเร็งปอด มี 3 วิธี

  1. ผ่าตัดเปิดช่องทรวงอก แผลผ่าตัดอยู่ทางด้านหลังหรือสีข้างค่อนไปทางด้านหลัง
  2. ผ่าตัดด้วยการส่องกล้องตรวจช่องทรวงอก แพทย์จะเจาะรูทางเข้า (Port) ซึ่งมีทั้งแบบ 3 แผล 2 แผลและแผลเดียว แล้วจึงใส่กล้องผ่านเข้าไปทางผนังทรวงอกเพื่อตรวจและรักษามะเร็ง โดยแผลผ่าตัดมีขนาดเล็กประมาณ 1.5 ซม.
  3. ใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เป็นการผ่าตัดโดยใช้แขนและข้อมือกลของหุ่นยนต์ที่สามารถหมุนและโค้งงอข้อมือได้เหมือนมือมนุษย์ โดยแพทย์ควบคุมการผ่าตัดผ่านจอภาพ 3 มิติ ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นภาพอวัยวะภายในได้อย่างชัดเจน

วิธีการฟื้นฟูปอดหลังผ่าตัด

  • ฝึกการหายใจลึก ฝึกการหายใจเข้าออกลึก ๆ และช้า ๆ เพื่อเปิดส่วนต่าง ๆ ของปอดให้ขยายตัวเต็มที่ ช่วยเพิ่มการแลกเปลี่ยนก๊าซและลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะปอดแฟบ แนะนำให้ผู้ป่วยหายใจเข้าลึกผ่านทสงจมูกและหายใจออกทางปากอย่างช้า ๆ ทำซ้ำหลายครั้งต่อวัน
  • การใช้เครื่องฝึกหายใจ ช่วยให้ผู้ป่วยหายใจเข้าลึก ๆ และส่งเสริมการเปิดขยายปอดใช้เครื่องฝึกหายใจนี้เป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังผ่าตัด
  • ฝึกการไอที่ถูกต้อง หลังผ่าตัดจะรู้สึกเจ็บ และ ไม่กล้าไอ กลัวที่จะไอ ซึ่งอาจทำให้เสมหะคั่งค้างในปอด การฝึกไออย่างถูกต้องจะช่วยขับเสมหะออกจากปอดได้
  • การเปลี่ยนท่าทาง การเปลี่ยนท่าทางบ่อย ๆ เช่น นั่งขึ้นหรือเดิน จะช่วยส่งเสริมการขยายตัวของปอดและป้องกันการเกิดภาวะปอดแฟบ
  • การเดินและการเคลื่อนไหว การเดินเป็นการออกกำลังกายที่ดีสำหรับการฟื้นฟูปอด ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และการหายใจ ค่อย ๆ เริ่มเดินจากระยะสั้น ๆ
  • ฝึกการหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อกระบังลม ฝึกการหายใจที่เน้นการใช้กล้ามเนื้อกระบังลมโดยให้ผู้ป่วยหายใจเข้าให้ท้องขยายมากกว่าหน้าอก ช่วยเพิ่มการไหลเวียนอากาศในปอดและเสริมสร้างกล้ามเนื้อกระบังลม

 

การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต แต่บางครั้ง การดูแลสุขภาพด้วยวิธีพื้นฐานอาจไม่เพียงพออีกต่อไป Extract Plus ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่อุดมไปด้วยสมุนไพรจีนจากธรรมชาติ จึงถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยเสริมให้การดูแลสุขภาพของคุณดียิ่งขึ้น

ปรึกษาผลิตภัณฑ์
เอ็กซ์แทร็คท์พลัส

กรุณากรอกแบบฟอร์ม เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง

Our Partners

extract plus