
วิธีลดอาการคลื่นไส้หลังคีโมด้วยการปรับอาหาร
อาการคลื่นไส้และอาเจียนเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด หรือคีโม โดยอาจเกิดขึ้นระหว่างให้ยา หรือหลายวันต่อมา ขึ้นอยู่กับชนิดของยาและการตอบสนองของร่างกาย อาการเหล่านี้อาจทำให้ผู้ป่วยเบื่ออาหาร รับประทานอาหารได้น้อยลง และเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำหรือขาดสารอาหาร
การปรับอาหารให้เหมาะสมจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพระหว่างรักษาโรคมะเร็ง โดยเน้นอาหารที่รับประทานได้ง่าย มีกลิ่นไม่แรง ให้พลังงานและโปรตีนเพียงพอ
ทำไมผู้ป่วยมะเร็งจึงมีอาการคลื่นไส้หลังคีโม?
ยาเคมีบำบัดบางชนิดกระตุ้นกลไกที่เกี่ยวข้องกับการอาเจียนในระบบประสาทและทางเดินอาหาร ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน หรือไม่อยากอาหาร

วิธีลดอาการคลื่นไส้หลังคีโมด้วยการปรับอาหาร
การรับประทานอาหารปริมาณมากในคราวเดียวอาจทำให้รู้สึกแน่นท้องและคลื่นไส้มากขึ้น ผู้ป่วยมะเร็งจึงควรแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ ประมาณ 5–6 มื้อต่อวัน หรือตามปริมาณที่รับประทานได้
ไม่ควรปล่อยให้ท้องว่างเป็นเวลานาน หากรับประทานอาหารมื้อหลักได้น้อย อาจแบ่งเป็นมื้อย่อย เช่น โจ๊ก ขนมปัง แครกเกอร์ หรือข้าวต้ม เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างสม่ำเสมอ
อาหารกลิ่นฉุนหรืออาหารที่มีกลิ่นแรงขณะปรุงอาจกระตุ้นอาการคลื่นไส้ในผู้ป่วยบางราย ควรเลือกอาหารที่มีกลิ่นอ่อน เนื้อสัมผัสนุ่ม และรับประทานได้สะดวก เช่น
ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัดควรรับประทานโปรตีนให้เพียงพอ เพราะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ รักษากล้ามเนื้อ และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัว หากรับประทานอาหารได้น้อยเป็นเวลานาน อาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและขาดสารอาหารได้ หากรับประทานได้น้อย อาจเพิ่มไข่หรือเนื้อปลาลงในโจ๊กและซุป หรือเติมนมที่เหมาะสมลงในอาหารตามความชอบ ทั้งนี้ ผู้ที่แพ้นมหรือมีข้อจำกัดด้านอาหารควรเลือกแหล่งโปรตีนอื่นแทน
การอาเจียนหลายครั้งอาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ส่งผลให้ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย เวียนศีรษะ และอ่อนเพลียมากขึ้น
วิธีดูแลเบื้องต้น ได้แก่
ผักและผลไม้เป็นแหล่งวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่ช่วยให้ได้รับสารอาหารหลากหลาย อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยมะเร็งระหว่างให้คีโมควรให้ความสำคัญกับความสะอาดและความปลอดภัยเป็นพิเศษ
ตัวอย่างอาหารที่เลือกได้ ได้แก่ กล้วยสุก มะละกอสุก ส้มที่ปอกเปลือกเอง หรือผักที่ปรุงสุกนุ่ม โดยเลือกตามความชอบและอาการของผู้ป่วย
ควรล้างผักและผลไม้ด้วยน้ำสะอาดก่อนรับประทาน หลีกเลี่ยงอาหารที่เน่าเสียหรือเตรียมอย่างไม่ถูกสุขลักษณะ และระมัดระวังอาหารดิบหรือไม่ผ่านการปรุงสุก โดยเฉพาะในผู้ที่มีเม็ดเลือดขาวต่ำหรือภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
เมนูข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่าง สามารถปรับตามความอยากอาหาร อาการข้างเคียง โรคร่วม และข้อจำกัดของผู้ป่วยแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องรับประทานให้ครบทุกมื้อหากยังคลื่นไส้มาก แต่ควรพยายามจิบน้ำและรับอาหารปริมาณน้อยตามที่ร่างกายทนได้

นอกจากการปรับอาหาร ควรดูแลอาการคลื่นไส้อย่างไร?
รับประทานยาป้องกันอาการคลื่นไส้ตามแผนการรักษา
แพทย์อาจให้ยาป้องกันอาการคลื่นไส้ก่อน ระหว่าง หรือหลังการให้ยาเคมีบำบัด โดยเลือกชนิดและช่วงเวลาตามสูตรยาและความเสี่ยงของผู้ป่วย ควรรับประทานยาตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ไม่ควรรอจนคลื่นไส้รุนแรงแล้วจึงใช้ยาเอง และไม่ควรเพิ่มหรือลดยาโดยไม่ปรึกษาทีมรักษา
พักผ่อนและลดสิ่งกระตุ้น
ควรพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารในบริเวณที่อากาศถ่ายเท และหลีกเลี่ยงกลิ่นที่ทำให้ไม่สบาย หากการทำอาหารกระตุ้นอาการ อาจให้ผู้ดูแลช่วยเตรียมอาหารแทน
หลังรับประทานอาหาร ควรนั่งตัวตรงหรือยกศีรษะสูงสักระยะ แทนการนอนราบทันที โดยเฉพาะหากมีอาการแน่นท้องหรือกรดไหลย้อนร่วมด้ว
การเลือกรับประทานอาหารต่าง ๆ สำหรับผู้เป็นมะเร็งถือเป็นสิ่งสำคัญ รวมไปถึงการเลือกสมุนไพรหรืออาหารเสริม และในทางแพทย์แผนจีนมีสมุนไพรหลากหลายตัวที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี เช่น หนี่เจินจื่อ และ ผู่กงอิง และในผลิตภัณฑ์ Extract Plus มีส่วนประกอบของสมุนไพรเหล่านั้นรวมอยู่ด้วย จะเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และเมื่อภูมิคุ้มกันแข็งแรงก็เปรียบเสมือนเกราะป้องกันของคุณแข็งแรงขึ้น